|
คุณสมบัติของ RFID
ป้าย (Tag) สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 8,000 ไบต์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับกระบวนการผลิตแต่ละส่วน โดยจะบันทึกข้อมูลในกระบวนการผลิต และการตรวจสอบ ที่สามารถเขียนข้อมูลซ้ำได้ ซึ่งช่วยลดการใช้กระดาษ และกำจัดปัจจัยที่ทำให้ผลิตผลต่ำในแต่ละกระบวนการผลิต
เพื่อเป็นการลดภาระในการจัดเก็บข้อมูลและลดต้นทุนของการพัฒนาระบบ, เพิ่มความเร็วในการผลิต และมีหลากหลายแบบให้ประยุกต์ใช้งาน ข้อมูลที่เก็บในกระบวนการผลิตจะบันทึกความผิดพลาด, กระบวนการทำงานและการตรวจสอบคุณภาพ รวมทั้งช่วยลดเวลาในการบันทึกข้อมูลลงในเครื่อง กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ระบบ RFID แตกต่างจากระบบบาร์โค้ดซึ่งต้องแยกระหว่าง 1s และ 0s ในการสื่อสารแบบไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้โปรโตคอล ด้วยประสิทธิภาพในการสื่อสารที่มีระบบการส่งสัญญาณข้อมูล 16 บิต CRC (checksum), ระบบการตรวจสอบความผิดพลาด 18 บิตหรือมากกว่า 99.9985% ต่อนาที และไม่มีผลกระทบจากเครื่องจักรต่อระบบ RFID ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะเกิดกับระบบบาร์โค้ด จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดการทำงานไม่ปกติหรือเกิดปัญหาอื่นๆ
ตรงกันข้ามกับระบบบาร์โค้ด ระบบ RFID ใช้คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความถี่วิทยุในการอ่าน/เขียนข้อมูล ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาของข้อมูลผิดพลาดหรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้อันเนื่องมาจากฝุ่นละออง, ความชื้น, น้ำมันบนผลิตภัณฑ์ การสื่อสารของระหว่างตัว Tag และ Antenna ด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถทะลุผ่านวัตถุที่ไม่ใช่โลหะหรือมีโลหะผสมอยู่ได้เช่น ยางเรซิ่น ความชื้นหรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ และด้วยคุณสมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าการอ่าน/เขียนข้อมูล สามารถสื่อสารได้หลายทิศทางจึงไม่ต้องคำนึงตำแหน่งของ Tag และเครื่องอ่าน ช่วยลดต้นทุนและเวลาในนำไปประยุกต์ใช้งาน
หน้าถัดไป >>
|